สำหรับคนอ่านการ์ตูน ไม่มีอะไรจะน่าเศร้าไปกว่าการไม่ได้อ่าน “ตอนจบ” ของเรื่องที่ต…

สำหรับคนอ่านการ์ตูน ไม่มีอะไรจะน่าเศร้าไปกว่าการไม่ได้อ่าน “ตอนจบ” ของเรื่องที่ตัวเองชอบ คือปมทุกอย่างที่คนเขียนผูกเอาไว้ ก็ค้างคาอย่างปริศนาไปแบบนั้น โดยที่คนอ่านไม่ได้คำตอบอะไรเลย

ถ้าจะมีการ์ตูนสักเรื่องที่เป็นอันดับหนึ่งในใจตลอดกาลของผม Berserk, Slam Dunk กับ H2 ไล่บี้กันอย่างสูสีมาก นี่เป็นสามเรื่องที่ผมอ่านซ้ำบ่อยมาก การอ่านแต่ละครั้ง ได้ค้นพบอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ

Slam Dunk จบไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับ H2 ก็จบแบบน่าจดจำมาก เหลือเพียง Berserk เท่านั้น ที่ผมกำลังเฝ้ารอ ว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร แต่สุดท้าย ก็ไม่มีวันได้เห็นตอนจบ เพราะคนเขียน อ.เคนทาโร่ มิอุระ เสียชีวิตไปแล้วอย่างกะทันหัน

ผมรู้จัก Berserk ครั้งแรกตอนอยู่มัธยม เพื่อนที่โรงเรียนแนะนำให้อ่าน บอกว่าเป็นการต่อสู้กันระหว่างพระเอกที่เป็นมนุษย์ กับเหล่าปีศาจที่มีพลังมหาศาล ผมถามเพื่อนกลับไปว่า แล้วมนุษย์คนนั้นมีพลังพิเศษอะไรเอามาสู้ มีสายเลือดกษัตริย์ไหลเวียน หรือมีเวทมนตร์ลึกลับอะไรแบบนี้หรือเปล่า แต่เพื่อนบอกว่า “ไม่มีอะไรเลย”

ผมได้ยิน ก็แปลกใจมาก เพราะตามปกติ ถ้าจะเอาชนะปีศาจที่มีพลังเหนือกว่าเรามาก คุณต้องมีพลังวิเศษ แต่ในเรื่องนี้ พระเอกไม่มีพลังวิเศษ ไม่มีเวทมนตร์ เป็นมนุษย์ธรรมดาเลย ซึ่งนั่นแหละ ทำให้มันสนุก

Berserk มีฉากแบ็กกราวน์ของเรื่อง เป็นช่วงยุคมืดของยุโรป (ค.ศ.1480-1750) เป็นยุคที่คริสตจักรเรืองอำนาจมาก และมีอิทธิพลยิ่งกว่ากษัตริย์เสียอีก ยุคนั้นเป็นยุคที่มีความเชื่อเรื่องเวทมนตร์ เรื่องซาตาน เรื่องพวกนอกรีต และพวกแม่มด

ใครที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเล่นคุณไสย จะต้องโดนจับเผาทั้งเป็น นั่นจึงเป็นยุคสมัยที่ผู้คนหวาดผวา กลัวจะโดนกล่าวหาว่าเป็นแม่มดและจะต้องโดนประหาร ที่มาของคำว่าล่าแม่มด ในปัจจุบัน ตามล่าหาใครมาสังเวย ก็มาจากยุคมืดในยุโรปนี่แหละ

จากนี้ไปแอดมินจะสปอยล์บางส่วนของเนื้อหาของ Berserk นะครับ ใครที่อยากอ่านด้วยตัวเองข้ามไปได้เลยนะ

พระเอกของ Berserk ชื่อ “กัซ” เขาเป็นเด็กกำพร้า แต่ถูกทหารกองโจรเลี้ยงเอาไว้ เจ้าตัวมีปัญหาในใจเรื่อง Trust Issue ไม่เชื่อใจใครเลย เพราะเคยโดนคนที่เก็บเขามาเลี้ยง ชื่อกัลวีโน่ ที่เขานับถือเหมือนเป็นพ่อ หักหลังอย่างรุนแรง

กัซเป็นหมาป่าเดียวดายตั้งแต่เด็ก รบคนเดียว หาเงินคนเดียว เป็นนักรบรับจ้าง แต่แล้วตอนอายุ 13 กัซไปเจอกับหน่วยรบรับจ้างวัยรุ่น ที่ชื่อกองพันเหยี่ยว โดยกลุ่มนี้มี “กรีฟิส” เป็นหัวหน้า

กรีฟิส ปะทะตัวต่อตัวกับกัซ แล้วเป็นฝ่ายชนะ ทำให้กัซต้องมาอยู่กองพันเหยี่ยวด้วย

จุดเริ่มต้นของเรื่องก็อยู่ตรงนี้ กัซ คนที่ไม่เคยเชื่อใจเลย กลับร่วมเป็นร่วมตายกับกรีฟิสมาทุกสมรภูมิ จนทั้งคู่ไว้ใจกันและกัน เรื่องการไม่เชื่อใจคนอื่นของกัซ ก็มีกรีฟิสคนแรกนี่แหละ ที่มาทลายกำแพงได้

กรีฟิสมีเป้าหมาย คือก้าวไปเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ในระดับกษัตริย์หรือจักรพรรดิ์ ซึ่งกรีฟิสก็ไต่เต้าไปได้เรื่อยๆจริงๆ จนทำให้หลายๆครั้ง กัซรู้สึกน้อยใจว่า ตัวเองทัดเทียมคู่ควรจะเป็นเพื่อนของกรีฟิสจริงๆหรือเปล่า

ในเรื่อง มีผสมผสานระหว่างการต่อสู้ การเล่นการเมือง และปีศาจที่หลุดออกมาจากโลกอีกมิติ รวมถึงเหล่าเผ่าในจินตนาการทั้งเอลฟ์ หรือโทรลล์ แต่แม้จะแฟนตาซีมากๆ แต่สตอรี่ไม่มีมั่ว ทุกอย่างผสมผสานอย่างลงตัว ผ่านการคิดมาแล้ว

เรื่องเดินไปถึงราวๆ 1 ใน 3 กรีฟิสจะเจอบททดสอบสำคัญที่สุด เพราะเขาจะได้รับบาดเจ็บหนักมาก ถึงขั้นพูดไม่ได้ และเดินไม่ได้ ซึ่งเหล่าปีศาจได้ยื่นข้อเสนอให้เขาว่า ถ้าเขาอยากจะกลับมาแข็งแกร่ง และมีพลังยิ่งกว่าเดิม หายจากอาการพิการ จงนำกองพันเหยี่ยวทั้งหมด รวมถึงกัซ มาบูชายัญซะ

กรีฟิสจำเป็นต้องเลือก ว่าจะอยู่อย่างพิการไปตลอดชีวิต แต่ก็ได้อยู่รายล้อมคนที่เขารัก และรักเขา หรืออีกทางคือ สังเวยคนที่เขารักทั้งหมด แลกกับการได้กลับไปยืนในจุดสูงสุดอีกครั้ง

และสุดท้ายกรีฟิสเลือก “ถวาย” เขาจับทุกคนบูชายัญให้กับปีศาจทั้งหมด กองพันเหยี่ยวที่เขาผูกพันโดนปีศาจฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม มีแค่ 2 คนที่รอดชีวิตจากพิธีบูชายัญ คนแรกคือกัซ แต่ก็แขนขาด 1 ข้าง และตาบอด 1 ดวง อีกคนคือแคสก้า แฟนสาวของกัซ ที่รอดก็จริง แต่ก็โดนกรีฟิสข่มขืนต่อหน้ากัซ

สตอรี่หลังจากพิธีบูชายัญ กรีฟิส กลายเป็นเทพปีศาจ และเตรียมยึดครองโลก ส่วนกัซในฐานะมนุษย์ธรรมดา กำลังทำทุกอย่าง เพื่อล้างแค้นกรีฟีส ขณะที่แคสก้า กลายเป็นบ้า

กัซจะหมกมุ่นอยู่กับความแค้น เพราะกรีฟิสที่เขาเชื่อใจที่สุด หักหลังกันได้อย่างเลือดเย็น แต่แน่นอน เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาต้องชั่งใจกับตัวเองว่า จะล้างแค้น หาหนทางฆ่ากรีฟิสให้ได้ หรือจะเลือก “ปกป้อง” บางสิ่งที่เหลืออยู่ เช่น แคสก้า ที่ยังมีชีวิตรอด

เรื่องราวทวีความเข้มข้นไปเล่มต่อเล่ม กัซ ได้รู้จักพรรคพวกที่แข็งแกร่งขึ้น และโอกาสที่จะเข้าใกล้กับกรีฟิสก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

อีกไม่นาน ปมทุกอย่างจะคลี่คลายออกหมด และทั้งคู่เตรียมทำศึกตัดสินในอนาคตอันใกล้

แต่สุดท้าย อาจารย์เคนทาโร่ มิอุระ ผู้แต่ง ก็เสียชีวิตอย่างกะทันหันเสียก่อน จากอาการฉีกขาดในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ (aortic dissection) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 แต่เพิ่งมีการแจ้งสาธารณชนอย่างเป็นทางการในวันนี้

Berserk เริ่มเขียนครั้งแรกในปี 1989 ปัจจุบัน 32 ปีเต็มๆ อาจารย์มิอุระ เขียนตั้งแต่เขาอายุ 22 ปี จนเสียชีวิตในวัย 54 ปี เท่ากับว่า การ์ตูนในตำนาน ก็เลยหยุดค้างอยู่อย่างนั้น ไปไม่ถึงตอนจบ

และเราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สุดท้าย ความสัมพันธ์ระหว่างกัซ กับกรีฟิส จะเป็นอย่างไร และสุดท้ายกัซจะเลือกสู้ หรือเลือกปกป้องแคสก้า กลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบอะไรทั้งนั้น

สำหรับคนที่รักในเรื่องนี้มากๆ อย่างผม ตอนได้ยินข่าวใจหวิวเลย คือมันเสียดายจริงๆนะ

Berserk เป็นการ์ตูนที่จุดประกายให้ผมสนใจประวัติศาสตร์ยุค Dark Ages ผมสงสัยว่าทำไม ต้องเผาแม่มด แล้วทำไมศาสนจักรถึงมีพาวเวอร์ขนาดนั้น พวกนิยายปรัมปราทั้งหลาย อย่างเอลฟ์ ผมรู้จักจาก Berserk ก่อนดูลอร์ด ออฟ เดอะ ริง ด้วยซ้ำ

สำหรับคนรักการ์ตูน ไม่มีอะไรจะน่าเศร้าเท่าเรื่องราวที่เราติดตาม ไม่มีตอนจบอีกแล้ว คือพูดอะไรไม่ออกเลย

คนในวงการการ์ตูนญี่ปุ่นเต็มไปด้วยความสลด หนึ่งในเพื่อนสนิทที่สุดของเคนทาโร่ มิอุระ คือโจจิ โมริคาวะ ผู้แต่งเรื่อง “อิปโป-ก้าวแรกสู่สังเวียน” ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า

“ตอนที่ผมกำลังจะได้ตีพิมพ์ครั้งแรกกับนิตยสารรายสัปดาห์ ตอนนั้นบรรณาธิการที่ดูแลผม เขาไม่ได้ทำอะไรเลย คนที่ช่วยผมจริงๆ คือเคนทาโร่ มิอุระนี่แหละ ตอนนั้นเขาอายุ 18 ผมอายุ 19 เขาเป็นนักเรียนภาควิชาศิลปะจากมหาวิทยาลัยดัง ทุกครั้งที่เขาเรียนคลาสที่มหาวิทยาลัยเสร็จ ก็จะถือสมุดสเก็ตช์หนึ่งเล่ม มานั่งที่กองบรรณาธิการด้วยกันกับผม”

“เราสองคนคุยกัน ผมลองวาดภาพของผมให้เขาดู และขอให้เขาวาดภาพให้ผมดูบ้างแลกเปลี่ยนกัน ผลลัพธ์คือ ความสมบูรณ์แบบของรูปที่เขาวาด มันเหลือเชื่อมาก ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะวาดได้ลุ่มลึกเกินกว่าอายุ 18 ปีของเขามากๆ และหลังจากเห็นเขาวาดไป 2-3 รูป ผมเลยบอกเขาว่า อยากเห็นงานของเขา ขอดูสมุดสเก็ตช์ของเขาได้ไหม”

“เขาเปิดสมุดสเก็ตช์ให้ผมดู มันทำให้ผมขนลุกวาบ ด้านในเป็นตัวละครในยุโรปเช่นเทพธิดา ตัวเอลฟ์ และ นักดาบคนหนึ่งถือดาบยักษ์ ซึ่งในตอนหลัง มันคือตัวละครกัซ กับ แพ็ค นั่นเอง”

“เขาบอกว่าผมว่า นี่คือสิ่งที่เขาตั้งใจจะวาด และอีกไม่นานจากนั้น ‘Berserk’ ก็ถือกำเนิดขึ้น และในปีเดียวกัน ‘ก้าวแรกสู่สังเวียน’ ของผม ก็ได้ตีพิมพ์เช่นกัน เราได้พิมพ์พร้อมกันในปี 1989 และเราทั้งคู่ก็เขียนเรื่องเดียว ยาวนานมาจนถึงวันนี้”

“แน่นอน ผมรู้ทันที ว่ามันต้องเป็นการ์ตูนที่โด่งดังแน่ เคนทาโร่คุงคิดคำนวณทุกอย่างมาอย่างดีแล้ว และผมเชื่อว่าทุกคนในโลกก็ต้องรู้สึกเหมือนผม คือตะลึงกับทักษะการวาดภาพของเขา มันเปี่ยมไปด้วยพลัง และตื่นเต้นในทุกๆตอน”

“ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้จักกับเขา และผมขอพูดอย่างไม่อายเลยว่า ผมเสียใจเหลือเกิน เคนทาโร่คุง และผมหวังว่า สักวันจะได้ตามไปอ่านตอนจบด้วยกันกับคุณนะ”

ปัจจุบันนี้ เวลาอ่านการ์ตูน หรือนิยายเรื่องไหน ผมก็ภาวนาอย่างเดียว ให้คนเขียนอยู่รอดปลอดภัยแข็งแรงดี ไม่อยากให้ทิ้งกันไว้กลางทางแบบนี้ มันเศร้าเกินไปนะ

ที่ญี่ปุ่น คำที่ใช้กันในข่าวถึง Berserk คือ “Unfinished Masterpiece” หรือมาสเตอร์พีซที่ไร้ตอนจบ ซึ่งมันก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

ขอบคุณมาก เคนทาโร่ มิอุระ กับผลงานยอดเยี่ยมที่สร้างเอาไว้ และรับรองได้ว่า เรื่องราวของกัซ กับกรีฟิส จะอยู่ในความทรงจำของแฟนๆ ไปอีกยาวนานอย่างแน่นอน
.
#Berserk


#สำหรบคนอานการตน #ไมมอะไรจะนาเศราไปกวาการไมไดอาน #ตอนจบ #ของเรองทต
ติดตามได้ที่เพจ https://www.facebook.com/jingjungfootball/

เว็บพนันออนไลน์ ฟุตบอล