นี่เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองครับ ย้อนกลับไปวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวั…

นี่เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองครับ

ย้อนกลับไปวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันที่เปิดการลงทะเบียน “หมอพร้อม” ให้คนที่อายุมากกว่า 60 ปี รับการฉีดวัคซีน

ด้วยความที่พ่อแม่ของแอดมินอายุ 63 และ 62 ปีแล้ว แถมมีโรคประจำตัวด้วย ว่ากันง่ายๆคือ ถ้าติดเชื้อโควิด-19 ก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ง่ายกว่าคนอายุน้อย มันทำให้ผมร้อนใจมาก เร่งรีบจองตั้งแต่วินาทีแรก ที่เขาให้เปิดจองคิวผ่านไลน์หมอพร้อม

ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผมจองวันแรกสุดที่โรงพยาบาลใกล้บ้านพ่อแม่ ได้รอบคิววันที่ 7 มิถุนายน เวลา 14.00 โดยไลน์ของหมอพร้อมส่งใบนัดมาคอนเฟิร์มเวลาเรียบร้อย ทุกอย่างก็ดูไม่น่ามีปัญหาอะไร

ตอนแรกสุดผมกังวลใจเรื่องพ่อแม่จะโดนฉีด Sinovac หรือเปล่า เพราะในงานวิจัยของ WHO ตัว Sinovac ไม่เหมาะที่จะฉีดให้กับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่สุดท้ายเมื่อภาครัฐคอนเฟิร์มว่า คนสูงอายุ จะได้รับ AstraZeneca แน่นอน จุดนี้เราก็โอเค คลายความกังวลใจไป

เหตุการณ์ก็ผ่านไป 3 วีก เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ล่าสุดผมไปเห็นข่าวในทวิตเตอร์ ว่ามีคนโดนเลื่อนคิวอย่างไม่มีเหตุผล บางคนก็โดนยกเลิกไปเลย วันนี้ (22 พ.ค.) ก็เลยไปลองเช็กในไลน์หมอพร้อมซิ ว่าคิวของพ่อแม่เรายังปกติดีอยู่หรือเปล่า นึกในใจว่าคงไม่โดนหรอกมั้ง แต่กลับได้คำตอบที่ทำให้มึนไปเลยว่า คิวที่จองมาในวันแรกสุดนั้น “ยกเลิก” ไปแล้ว ทั้งพ่อทั้งแม่

ยกเลิกคือหายไปเลยอย่างสิ้นเชิง และถ้าผมจะจอง ต้องจองใหม่ตั้งแต่แรก ผมเลยไปไล่ดูตารางคิวที่โรงพยาบาลทั้งหมดว่าง ปรากฏว่า สล็อตเดือนมิถุนายนเต็มหมดแล้ว เร็วที่สุดที่จะจองได้คือเดือนกรกฎาคมเลย เลตไปอีก 1 เดือนเต็มๆ

ผมพยายามระงับอารมณ์โกรธ แม้ในใจจะพลุ่งพล่านมาก มันแค้นนะ ลองคิดดูคนอายุเกิน 60 ปี ในประเทศไหนๆ เขาคือ Priority กันทั้งนั้น เพราะยิ่งฉีดช้าไปหนึ่งวัน อันตรายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แต่นี่ไม่ใช่แค่เลื่อนนะครับ อันนี้ยกเลิกไปเลย และยกเลิกโดยไม่ให้คำอธิบายกับเราทั้งสิ้น ทั้งๆที่ เราจองตั้งแต่วันแรก ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง

โอเค กลั้นใจไม่ให้โมโห แล้วลองโทรไปถามเหตุผลที่ 02-7922333 สายด่วนโควิด ถามว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้น สายด่วนตอบกลับมาว่า “ได้ยกเลิกเองหรือเปล่าคะ” ผมบอกว่า เปล่าครับ ไม่ได้ยกเลิกเอง หลังจากจองเสร็จ ก็ไม่ได้แตะต้องไลน์หมอพร้อมอีกเลย จากนั้นสายด่วนตอบมาว่า “งั้นคิดว่าทางโรงพยาบาลน่าจะยกเลิกเองนะคะ เพราะบางโรงพยาบาลจะมีนโยบายฉีดแค่ให้ผู้ป่วยในเท่านั้น”

ได้เลย สายด่วนบอกว่า น่าจะเป็นความผิดของโรงพยาบาล ผมก็โทรหาโรงพยาบาล ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฝั่งโรงพยาบาลก็บอกว่า ไม่มีข้อมูลของคุณพ่อคุณแม่คุณวิศรุตนะคะ ไม่รู้ข้อมูลไปตกหล่นตรงไหน

ใบนัดอย่างเป็นทางการจากไลน์หมอพร้อมอยู่ในมือผมเนี่ยะ แต่ทั้งสายด่วน และโรงพยาบาล ต่างก็โบ้ยให้อีกฝั่งว่าเป็นความผิดของอีกทาง

สิ่งเดียวที่ผมทำได้ในฐานะประชาชนธรรมดา คือเข้า facebook ของหมอพร้อม โดยจะมีเอกสาร google doc ให้กรอก สำหรับคนที่โดนยกเลิก โดยทีมงานจะติดต่อกลับใน 1 สัปดาห์ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้คิวฉีดไหม) หรือถ้ารอการติดต่อกลับไม่ได้ ก็ต้องจองใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งก็จะได้คิวในเดือนกรกฎาคม เลตไปอีก 1 เดือนเต็ม

เคสนี้ผมแบบไม่ไหวจริงๆ คือ เฮ้ย นี่มันความเป็นความตายของพ่อแม่เราเลยนะ อย่างกรณีผม ผมเอะใจเปิดไลน์มาเช็กถึงรู้ว่าโดนแคนเซิล แต่แน่นอนว่าคงมีอีกหลายๆ คน ที่จองแล้วก็คิดว่าทุกอย่างเรียบร้อย พอถึงวันไปฉีด คิวของตัวเองถูกแคนเซิลไปแล้ว แบบนี้ยิ่งโกลาหลกันสุดๆเลย

ในมุมผู้บริโภค นี่มันเละเทะสุดๆ เลยนะ ชื่อไลน์หมอพร้อม แต่ความพร้อมอยู่ตรงไหน หมอพร้อม แต่ไอทีไม่พร้อมอะไรงี้หรอ เป็นเพลงใหม่ของ Getsunova หรือเปล่าอะ

ผมไปอ่านที่ รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน แพทย์จากโรงพยาบาลนมะรักษ์ ตั้งสเตตัสอธิบายเอาไว้ว่า ปัญหาคือในวันที่ 1 พฤษภาคม ทางกระทรวงสาธารณสุขสั่งไอที ให้ประชาชนลงจองคิวได้อย่างอิสระ โดยไม่ได้พิจารณาเลยว่า ทางโรงพยาบาลไหน จะสามารถรองรับการฉีดได้เท่าไหร่ สุดท้ายเมื่อโรงพยาบาล ไม่สามารถรองรับได้มากพอ ก็จะยกเลิกบางคิวออกไป

ภาพรวมของเรื่องนี้ ปัญหาคืออยู่ที่กระทรวงสาธารณสุขนี่แหละ จัดการกันยังไง ถ้าบอกว่าจะพร้อมก็คือพร้อมจริงๆ ไม่ใช่บอกให้เขาจอง แล้วมายกเลิกกันทีหลัง แล้วให้ประชาชนไปรับผิดชอบชีวิตตัวเองเอา ใครหาวันฉีดได้ก็ดีไป ใครมารู้ทีหลังก็ซวยไปลากยาวไปเดือนไหนก็ไม่รู้

ไม่ใช่แค่กระทรวงสาธารณสุข แต่กระทรวงดิจิทัลฯก็น่าผิดหวังพอกัน นี่คุณมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องเทคโนโลยีของประเทศหรือเปล่า? หน้าที่โดยตรงที่ควรทำให้ดี แล้วทำไมจัดการได้ไม่ดี ทั้งระบบล่ม ทั้งข้อมูลหาย ไม่มี Noti เตือนอีกเมื่อยกเลิกเขาไปแล้ว

คือผมเข้าใจมาตลอดว่า การดูแลระบบดิจิทัล “เพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ตามชื่อกระทรวง คือหน้าที่หลักของกระทรวง DE นะ คุณไม่ใช่ตำรวจโซเชียลที่ต้องไล่จับคนเห็นต่างกับรัฐบาล คือในวิกฤติแบบนี้ อะไรที่สำคัญกว่า ควรทำก่อนหลัง น่าจะคิดได้ไม่ยากนะ

นี่คุณมีเวลาเป็นปีตั้งแต่โควิดระบาด ให้เตรียมพร้อมจัดการระบบหลังบ้าน สร้างแอพ สร้างไลน์ ที่มีคุณภาพรอเอาไว้เลย แต่กลับทำออกมาได้แค่นี้ บางคนโดนยกเลิก บางคนโดนเลื่อนวัน บางคนชื่อไม่มีในทะเบียน บางคนมีโรคประจำตัวแต่ระบบไม่โชว์ ฯลฯ สารพัดปัญหามากจริงๆ

นี่ลองคิดว่า 1 พ.ค. จองแค่คนสูงอายุกับคนมีโรคประจำตัว ยังวุ่นขนาดนี้ แล้ววันที่ให้ประชาชนทั่วไปทั้งประเทศรุมจองล่ะ ไม่อยากจะนึก ว่าจะมีปัญหามากมายแค่ไหน

จริงๆผมยอมกล้ำกลืนกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดนะ รัฐบอกว่าเราได้แค่ Sinovac กับ AstraZeneca ประเทศไทยเราไม่มี Moderna,Pfizer หรือ Johnson&Johnson แบบประเทศอื่นๆ ผมก็จำใจทนไป ฉีดไปก่อนก็ได้ เอาแค่ให้ไม่ป่วยหนักไว้ก่อนก็ยังดี ก็เราหาได้เท่านี้ จะให้ทำยังไง ต่อให้ด่าไปแค่ไหน เราก็มีแต่สองวัคซีนตัวเดิมอยู่ดี

พยายามจะมองว่าเฮ้ย ภาครัฐเขาก็อาจสู้เต็มที่ในมุมของเขา เวลาเขียนบทความใน workpointTODAY ก็พยายามเสนอแนะแนวทาง ทำตัวเป็นน้ำเย็น จากที่เคยตำหนิแรงๆ ก็เลือกจะเปลี่ยนมาชี้ให้เห็นว่า มีอะไรบ้างที่น่าจะลองทำดู คือผมใจเย็นกับการจัดการของรัฐบาลและภาครัฐมากนะ

แต่ครั้งนี้ มันเกินไปจริงๆ ระบบหมอพร้อมที่ไร้ความพร้อม บางคนโดนยกเลิก บางคนโดนเลื่อนไปวันอื่นที่ไกลกว่าเดิมนับเดือน บางคนไม่รู้เรื่อง ไม่มีแจ้งเตือนใดๆ มันอลวนไปหมด คือความผิดพลาดในการจัดการเรื่องวัคซีน มันเกี่ยวพันกับความเป็นความตายเลยนะ มันไม่ใช่เรื่องขำๆ มันเหมือนรัฐกำลังเล่นกับชีวิตของคนที่เรารักอยู่นะ

ถ้าทำอะไรไม่ได้ แอดมินก็คงต้องทำใจ แล้วให้พ่อแม่จองคิวรอบใหม่เป็นเดือนกรกฎาคม ซึ่งก็ไม่รู้นะ สมมติจองแล้วผ่านไปอีกสัก 1-2 วีก ระบบจะยกเลิกเองหรือเปล่า ถ้าเลื่อนไปสิงหา กันยา ตุลา แบบไม่มีจุดหมาย เราจะไปทำอะไรได้ล่ะ

หรือว่าจะต้องไปวอล์กอิน ไปรอเสียบๆ คนที่นัดแล้วไม่นัด โดยเพจไทยคู่ฟ้าเคยแจ้งว่า “หากในแต่ละจุดบริการมีวัคซีนสำรองเนื่องจากมีคนที่นัดแล้วแต่ไม่ได้มาฉีดตามนัด รัฐบาลก็มีแผนเปิดการฉีดวัคซีนแบบวอล์คอินได้” กล่าวคือ ถ้าแอดมินให้พ่อแม่อายุ 63 กับ 62 ไปนั่งรอที่สักโรงพยาบาลก็อาจได้ลุ้นฉีด ถ้าวัคซีนเหลือ อะไรแบบนั้นหรือเปล่า (แต่ล่าสุด รพ.จุฬาภรณ์ยกเลิกการวอล์กอินไปแล้วนะ) อันนี้ก็ต้องมาคิดอีก ว่าถ้าวอล์กอินแล้วคนอายุเยอะๆ ไปรวมตัวกับคนหมู่มาก จะมีความเสี่ยงไหม?

เชื่อไหม ณ จุดนี้ ผมว่าคนไทยไม่ได้กลัวที่จะฉีดวัคซีนหรอก ต่อให้บ่นว่า Sinovac มันไม่ดีเท่า Pfizer แต่เราก็ต้องฉีดอยู่ดีนั่นแหละ แต่สิ่งที่ประชาชนกลัวมากกว่า คือการจัดการของรัฐ ที่จะไม่สามารถจัดหา และกระจายวัคซีนได้อย่างดีพอ และเร็วพอต่างหากล่ะ

ผมบ่นแบบนี้ก็จริง แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ ก็ทำไปตามขั้นตอนเหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ ให้ไปกรอกเอกสารที่ไหนก็กรอก ให้โทรไปไหนก็โทร ระหว่างนี้ก็จะบอกพ่อแม่ให้ระวังตัวเพิ่มต่อไปอีกหน่อย อย่างน้อยก็ 1 เดือน แล้วก็ระวังไม่ให้ตัวเองนี่แหละจะเป็นคนแพร่เชื้อไปให้พ่อแม่ซะเอง

แล้วก็ ฝากเตือนไปถึงคุณผู้อ่านท่านใดที่จองให้คุณพ่อคุณแม่ ผ่านหมอพร้อม ยังไง ก่อนถึงวันฉีดจริง ก็หมั่นเข้าไปเช็กเรื่อยๆนะครับ ว่าคิวยังอยู่ดีไหม บางทีโดนเลื่อน โดนยกเลิก โดยไม่รู้ตัว คือถ้าเราได้รู้เร็ว จะได้วางแผนใหม่ได้ทันนะครับ

บทสรุปของเรื่องนี้ จากปัญหาในการจัดการวัคซีน ทั้งที่เกิดกับครอบครัวตัวเอง และเห็นในข่าวมากมาย ก็ได้แต่ภาวนาให้ภาครัฐ ก่อข้อผิดพลาดต่างๆให้น้อยที่สุด เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิต และความเป็นความตาย มันจะมั่วไม่ได้นะ

สุดท้าย ผมเคยได้ยินบางคนบอกว่า ชีวิตของคนไทยมันช่างราคาถูกเสียเหลือเกิน ก็ได้แต่หวังว่า ผมจะไม่รู้สึกแบบนั้นไปอีกคน


#นเปนเรองจรง #ทเกดขนกบตวผมเองครบ #ยอนกลบไปวนท #พฤษภาคม #เปนว
ติดตามได้ที่เพจ https://www.facebook.com/jingjungfootball/

เว็บพนันออนไลน์ ฟุตบอล