ครั้งแรกในรอบ 57 ปี 3 แข้งอังกฤษยิงลูกแรกพร้อมกันในนัดเดียว

ครั้งแรกในรอบ 57 ปี 3 แข้งอังกฤษยิงลูกแรกพร้อมกันในนัดเดียว

รวมสถิติน่าสนใจหลังเกมกระชับมิตรทีมชาติที่ อังกฤษ เปิดบ้านถล่ม เวลส์ 3-0 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 57 ปี ที่มีนักเตะประเดิมประตูแรกให้กับ “สิงโตคำราม” พร้อมกัน 3 คนในนัดเดียว

ครั้งแรกในรอบ 57 ปี 3 แข้งอังกฤษยิงลูกแรกพร้อมกันในนัดเดียว

ครั้งแรกในรอบ 57 ปี 3 แข้งอังกฤษยิงลูกแรกพร้อมกันในนัดเดียว

เก็บตกฟุตบอลอุ่นเครื่องทีมชาติซึ่ง อังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์ เอาชนะ เวลส์ ไปได้อย่างไม่ยากเย็น 3-0 ได้ประตูจากโดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ดาวยิงฟอร์มแรงจากเอฟเวอร์ตันที่ประเดิมนัดแรกให้กับ “สิงโตคำราม” ในนาทีที่ 26, คอเนอร์ โคดี กองหลังกัปตันทีมวูล์ฟแฮมป์ตันในนาทีที่ 53 และ แดนนี อิงส์ ศูนย์หน้าจากเซาแธมป์ตันในนาทีที่ 63

ทั้ง 3 ลูกในเกมนี้เป็นการทำประตูแรกในนามทีมชาติอังกฤษของทั้ง คัลเวิร์ต-ลูวิน, โคดี และ อิงส์ ด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 57 ปี ที่มีผู้เล่นประเดิมประตูแรกให้กับ “สิงโตคำราม” พร้อมกันถึง 3 คนในเกมเดียว โดยก่อนหน้านี้เป็น จอห์นนี เบิร์น,โทนี เคย์ และ จิมมี มีเลีย ที่ประเดิมเม็ดแรกพร้อมกันในเกมที่ อังกฤษ ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1963

ครั้งแรกในรอบ 57 ปี 3 แข้งอังกฤษยิงลูกแรกพร้อมกันในนัดเดียว

สถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจในเกมกระชับมิตร อังกฤษ ชนะ เวลส์ 3-0 อังกฤษ ชนะ เวลส์ 6 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เคยชนะรวด 7 เกมในระหว่างเดือนมีนาคม ปี 1908 ถึงเดือนมีนาคม ปี 1914 เวลส์ แพ้ อังกฤษ ขาดลอยที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 1973 ที่จบด้วยสกอร์ 0-3 เท่ากัน โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน กลายเป็นนักเตะคนที่ 188 ที่ยิงประตูให้ อังกฤษ ได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม และเป็นผู้เล่นจาก เอฟเวอร์ตัน คนแรกที่ทำได้นับตั้งแต่ เฟร็ด พิคเคอริง เมื่อปี 1964

ครั้งแรกในรอบ 57 ปี 3 แข้งอังกฤษยิงลูกแรกพร้อมกันในนัดเดียว

คอเนอร์ โคดี ทำประตูแรกให้กับตัวเองในรอบ 111 เกม ทั้งในนามสโมสรและทีมชาติ นับตั้งแต่ยิงให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในศึกแชมเปียนชิพพบกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อเดือนเมษายน ปี 2018 และยังเป็นครั้งแรกที่ โคดี ได้โอกาสยิง 2 ครั้งในเกมเดียว นับตั้งแต่เกมที่วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เรดดิง เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2017 อังกฤษ ส่ง โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน, บูกาโย ซากา, ฮาร์วีย์ บาร์นส และ รีซ เจมส์ ลงเล่นให้ทีมชาติครั้งแรกในเกมนี้ ถือเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกันที่ “สิงโตคำราม” ส่งหน้าใหม่ลงพร้อมกัน 4 คน และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 1933 ที่ อังกฤษให้โอกาสหน้าใหม่ประเดิมสนามตั้งแต่ 4 คนขึ้นไปติดต่อกันอย่างน้อย 2 เกม11 คนแรกของ อังกฤษ ในเกมนี้ติดทีมชาติรวมกันเพียง 54 ครั้งก่อนเริ่มการแข่งขัน น้อยที่สุดในเกมระดับนานาชาตินับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 1980 ที่ผู้เล่น 11 คนแรกในเกมพบกับ ออสเตรเลีย ติดทีมชาติรวมกันแค่ 46 ครั้ง11 คนแรกของ อังกฤษ ในเกมนี้มาจาก 10 สโมสรที่แตกต่างกัน (เบิร์นลีย์, แอตเลติโก มาดริด, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล, วูล์ฟแฮมป์ตัน,เอฟเวอร์ตัน, สเปอร์ส, ลีดส์ ยูไนเต็ด, เซาแธมป์ตัน, แอสตัน วิลลา) มากที่สุดในเกมเดียวนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 1997 ที่พบกับ แอฟริกาใต้

ครั้งแรกในรอบ 57 ปี 3 แข้งอังกฤษยิงลูกแรกพร้อมกันในนัดเดียว

คีแรน ทริปเปียร์ แบ็กขวาจาก แอตเลติโก มาดริด สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษครั้งแรกในเกมนี้กลายเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์คนแรกที่ไม่ได้เล่นให้กับทีมในอังกฤษ แล้วได้เป็นกัปตันทีม “สิงโตคำราม” ต่อจาก เดวิด เบคแคม ในเกมพบ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2008 โดยตอนนั้น เบคแคม เล่นอยู่กับ แอลเอ กาแล็กซี่

ติดตาม ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด

ติดตาม ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ติดตาม ข่าวกีฬาล่าสุด